วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558
พี่สาว / น้องสาว
น้ำขิง เซียนหอยแครง นครศรีธรรมราช เพื่อน้องสาว
https://youtu.be/_-UTJONKD9Q
น้ำผึ้งระนาดเอก เพื่อพี่สาวนอนติดเตียง
https://youtu.be/qexel4zvOoQ
พี่ชาย น้องชาย
สุเมธ จานประดับ
สุรเชษฐ์ จานประดับ
พี่เติ้ลน้องพีฟาดแส้
ลุงเสน่ห์.อยากเจอน้องชายชื่อหน่อย
พี่มีอะไรจะแบ่งให้ ผมอยากตอบแทนบุญคุณเขาบ้าง
พี่น้องคู่หนึ่ง ตั้งแต่เด็กรักใคร่สามัคคีกันมาก....
ครั้นโตเป็นผู้ใหญ่ เนื่องจากต่างก็แต่งงาน
มีครอบครัวแล้ว พ่อแม่จึงให้พวกเขา
แยกบ้านกันอยู่ แยกบ้านไม่แยกนาในสมัยก่อน
เป็นเรื่องธรรมดา พี่น้องคู่นี้ก็เช่นเดียวกัน
.........
มีอยู่ปีหนึ่งหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว
ต่างก็แบ่งข้าวเปลือกกันคนละครึ่ง หาบกลับ
ไปบ้านของตน แล้วกองไว้ที่ลานตากข้าวหน้าบ้าน
.........
ตกค่ำผู้เป็นพี่ก็คิดว่า น้องชายอายุยังน้อย
ลูก ๆ ก็ยังเล็กอยู่ เราควรที่ช่วยเหลือเขาให้มากถึงจะถูก
.........
เมื่อคิดเช่นนั้นแล้วก็หาบข้างเปลือกหนึ่งหาบ
ไปที่บ้านของน้องชายอย่างเงียบ ๆข้างฝ่าย
น้องชายก็คิดเช่นเดียวกันว่า พี่ชายมีลูกหลายคน
แบ่งข้าวเปลือกได้เพียงไม่กี่หาบจะพอกินได้อย่างไร?
..........
คิดแล้วก็หาบข้าวเปลือกหนึ่งหาบส่งไป
ที่บ้านของพี่ซายอย่างเงียบ ๆ รุ่งเช้าเขาทั้งสอง
ต่างก็ประหลาดใจ ที่ข้าวเปลือกของตนไม่ได้ลดน้อยลงเลย
.........
พอตกค่ำเขาทั้งสองต่างก็เกิดความคิดแบบเดิมขึ้นอีก
เมื่อพี่หาบข้าวเปลือกไปถึงหน้าบ้านของน้องชาย
เป็นเวลาเดียวกับที่น้องชายก็กำลังหาบข้าวเปลือก
เตรียมจะส่งไปให้พี่ชายเช่นกัน
.........
เขาทั้งสองเผชิญหน้ากัน เกิดความรู้สึกตื้นตันใจ
จนน้ำตาไหลอย่างไม่รู้สึกตัว...
.........
อ่านแล้วหวังว่าเราควรย้อนนึกถึงสายใย ที่ดีๆต่อกัน
ระหว่างพี่ น้องสายเลือดเดียวกันของเรา ที่เรา ลองตั้ง
คำถามถ้าเรามีน้ำใจอันบริสุทธิ์ต่อกัน ปัญหาการทะเลาะ
ระหว่างสายเลือดคงจะไม่มีดั่งคนในปัจจุบันนี้
"พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง" 29 กรกฎาคม 2559
https://www.facebook.com/likeboyyyyyyyyyyyyy/posts/1105582999557325:0https://youtu.be/3jc137gbCSw
ครู
ครูติ๊ก
24:03 ถาม:อยากบอกอะไรกับใครมากที่สุด
ตอบ:กับครูครับ ผมรักครูติ๊กครับ ครูติ๊กที่ช่วยผมไว้ มานานแล้วครับ
ผมรักครูติ๊กมากเลยครับ...โตขึ้นผมอยากเป็นครูครับ
ผมจะเลี้ยงแม่ ไม่ให้ลำบากเลยครับ
https://youtu.be/CM0hagesYpE
ครูสตั้น วานรเทพ สอนไม่คิดเงิน
https://youtu.be/VygFYTwOKAA
ลุงติ๊ก โมเดลจิ๋ว
สิ่งสำคัญในชีวิตคือการได้เป็นตัวเองและได้ทำ...
ในสิ่งที่เรามีความสุข
การที่ครูอาชีวะต้องใช้ชีวิตอยู่3ที่
https://www.youtube.com/watch?v=rsxzPSQmWrs
ครูฝึกสอน
https://www.youtube.com/watch?v=rsxzPSQmWrs
พรุ่งนี้ฉันจะเป็นแค่คนแก่คนหนึ่ง
https://www.youtube.com/watch?v=rsxzPSQmWrs
ครูเป็นมะเร็งเต้านม
https://www.youtube.com/watch?v=HTkZUZ6PPTw
ครูใจร้ายแต่ได้ใจเรา
https://m.youtube.com/watch?v=HTkZUZ6PPTw
Teacher & Student
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1334726296642993&id=303877426394557
อ่านแล้วตรอง ด้วย หัวใจ จะค้นพบความจริง ที่เราอาจไม่เคยยอมรับมัน
คุณครูทอมป์สันโกหกนักเรียนชั้น ป. 5 ของครูทั้งชั้นเสียแล้ว
ตั้งแต่วันแรกเลยด้วย
คุณครูบอกเขาว่าครูรักเด็กๆ เท่ากันหมดเลย
แต่นั่นก็เป็นไปไม่ได้...
เพราะว่ามีเด็กตัวเล็กๆ ท่าทางขี้เกียจคนหนึ่ง ชื่อ เท็ดดี้ สต๊อดดารด์
ครูทอมป์สันได้จับตาดูเท็ดดี้มาปีนึงและ
สังเกตว่าเขาไม่ค่อยเล่นดีๆ กับเด็ก คนอื่นเท่าไหร่
เสื้อผ้าของเขาสกปรกและตัวเหม็นหึ่งอยู่ตลอดเวลา
และบางทีเท็ดดี้ก็เกเรด้วย
ถึงขั้นที่ว่าครูทอมป์สันสนุกกับการตรวจงานของเท็ดดี้ ด้วยหมึกสีแดง
กากบาทไปหนาๆ และใส่ตัว F ตัวใหญ่ๆ ลงไปบนหัวกระดาษ
ที่โรงเรียนที่คุณครูทอมป์สันสอน - - -
คุณครูต้องทบทวนประวัติของเด็กแต่ละคนด้วย
และครูก็ไม่ยอมตรวจประวัติของเท็ดดี้จนกระทั่งเหลือแฟ้มสุดท้าย
แต่เมื่อคุณครูตรวจแฟ้มเข้า ครูทอมป์สันก็แปลกใจใหญ่เลย
เมื่อพบว่า ….
ครูชั้น ป. 1 ของเท็ดดี้วิจารณ์มาว่า
"น้องเท็ดดี้เป็นเด็กที่ฉลาดและร่าเริง ทำงานเรียบร้อย
มารยาทดี เป็นเด็กที่ น่ารักมากทีเดียว"
คุณครูที่สอนเท็ดดี้ตอน ป. 2 เขียนว่า
"เท็ดดี้เป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก เพื่อนๆ ชอบกันทุกคน
แต่กำลังมีปัญหา เพราะแม่ของเท็ดกำลังป่วยหนัก
และชีวิตทางบ้านต้องลำบากมากแน่ๆ"
คุณครูที่สอนเท็ดดี้ตอน ป. 3 เขียนว่า
"เขาเสียใจมากที่เสียแม่ไป เขาพยายามเต็มที่แล้ว
แต่คุณพ่อก็ไม่ค่อยให้ความรัก ความสนใจเขาเท่าไหร่
และชีวิตที่บ้านเขาต้องส่งผลกระทบต่อเขาแน่ๆ
ถ้าไม่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ"
คุณครูที่สอนเท็ดดี้ตอน ป. 4 เขียนว่า
"เท็ดดี้ไม่ยอมเข้าสังคมและไม่ค่อยสนใจการเรียนเท่าที่ควร
ไม่ค่อยมีเพื่อน และหลับในห้องเรียน
ตอนนี้ คุณครูทอมป์สันรู้ถึงปัญหาแล้ว
และอับอายในการกระทำของตนเองมาก
ครูรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก
เมื่อนักเรียนในห้องซื้อของขวัญวันคริสต์มาส
มา ให้ห่อในกระดาษสีสดๆ พร้อมผูกโบว์อย่างดี
ยกเว้นแต่ของเท็ดดี้
ของขวัญของเท็ดดี้ถูกห่ออย่างหยาบๆ
ในกระดาษลูกฟูกหนาๆ ที่ได้มาจากถุงใส่กับข้าว
ครูทอมป์สันกัดฟันเปิดกล่องของเท็ดดี้ดู
กลางกองของขวัญอื่น ๆ
เด็กบางคนเริ่มหัวเราะเมื่อเห็นว่าเท็ดดี้ให้กำไลที่มีลูกปัดไม่ครบเส้น
และขวดน้ำหอมที่เหลือน้ำอยู่ก้นขวดแก่เธอ
แต่ครูก็หยุดเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ
เมื่อครูเอ่ยขึ้นว่ากำไลเส้นนั้นสวยเพียงใดแล้วสวมมันไว้ที่ข้อมือ
และฉีดน้ำหอมไปบนข้อมือด้วย
เท็ดดี้ สต๊อดดารด์ นิ่งอยู่นานพอที่จะพูดว่า
"ครูทอมป์สันครับ วันนี้ครูตัวหอมเหมือนที่แม่ผมเคยหอมเลยครับ"
หลังจากที่นักเรียนทุกคนกลับบ้าน ครูทอมป์สันก็ร้องไห้อยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมง
... นับแต่วันนั้น
คุณครูทอมป์สันเริ่มให้ความเอาใจใส่เท็ดดี้เป็นพิเศษ
เมื่อครูพยายามช่วยเขา
จิตใจของเขาก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ยิ่งครูให้กำลังใจเท็ดดี้เท่าไหร่
เขาก็ยิ่งตอบรับเร็วขึ้นเท่านั้น
ภายในสิ้นปีนั้น เท็ดดี้ได้กลายเป็นเด็กที่ฉลาดที่สุดในห้อง
และแม้ว่าคุณครูจะบอกว่าครูรักเด็กทุกคนเท่ากัน
แต่เท็ดดี้ก็ได้กลายไปเป็น"ศิษย์โปรด" ของครู
หนึ่งปีต่อมา คุณครูพบจดหมายอยู่ใต้ประตู
จดหมายนั้นมาจากเท็ดดี้
บอกครูว่าคุณครูยังเป็นครูที่ดีที่สุดที่เขาเคยมี
... หกปีต่อมาครูก็ได้จดหมายจากเท็ดดี้อีก
บอกว่าเขาเรียนจบ ม.ปลายแล้ว
ได้ที่สามในทั้งระดับ
และคุณครูยังคงเป็นครูที่ดีที่สุดที่เขาเคยเจอมาในชีวิต
สี่ปีหลังจากนั้น คุณครูก็ได้จดหมายอีก
บอกว่าแม้ว่าชีวิตเขาจะลำบากบ้าง
เขาก็ไม่ได้เลิกเรียนหนังสือ
และจะจบปริญญาตรีในเร็วๆ นี้
ด้วยเกียรตินิยม อันดับหนึ่ง (เหรียญทอง)
และยังย้ำกับครูทอมป์สันว่า
คุณครูเป็นครูที่ดีที่สุดและเป็นครูคนโปรดใน ชีวิตเขา
จากนั้นสี่ปีผ่านไปแต่จดหมายอีกฉบับหนึ่งก็มา
ครั้งนี้เขาอธิบายว่าหลังจากที่เขาได้รับปริญญาตรีแล้ว
เขาตัดสินใจที่จะเรียนต่ออีกนิด
จดหมายนั้นอธิบายว่าคุณครูยังเป็นครูคนที่ดีที่สุดที่เขาเคยมี
แต่ตอนนี้ชื่อของเขายาวขึ้นอีกหน่อย จดหมายนั้นลงชื่อว่า
นพ. ทีโอดอร์ เอฟ สต๊อดดารด์
... เรื่องยังไม่จบแค่นี้นะ คือว่า ...
ฤดูใบไม้ผลินั้นก็ยังมีจดหมายมาอีก
เท็ดดี้บอกว่า เขาได้เจอสาวคนนึงและก็จะแต่งงานกัน
เขาอธิบายว่าพ่อของเขาได้เสียไปเมื่อสองสามปีก่อน
และเขาสงสัยว่าคุณครูทอมป์สัน
จะตกลงมานั่งในที่นั่งสำหรับพ่อ-แม่เจ้าบ่าวในงานแต่งงานหรือไม่
แน่นอนที่สุด ครูทอมป์สันก็มา
และทายสิว่าเกิดอะไรขึ้น
คุณครูใส่กำไลข้อมือเส้นนั้น เส้นที่มีลูกปัดหายไปหลายลูก
และต้องฉีดน้ำหอมที่เท็ดดี้จำได้ว่า
แม่เขาฉีดตอนที่ฉลองเทศกาลคริสต์มาสครั้งสุดท้ายด้วยกัน
ครูกับศิษย์กอดกันกลมเลย และคุณหมอเท็ดก็กระซิบในหูคุณครูทอมป์สันว่า
"ขอบคุณมากนะครับคุณครูที่เชื่อในตัวผม
ขอบคุณมากที่ทำให้ผมรู้สึกสำคัญ
และแสดงให้ผมเห็นว่าผมสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆได้"
ครูทอมป์สันกระซิบตอบพร้อมน้ำตานองหน้าว่า
"หมอเท็ด เธอเข้าใจผิดแล้วแหละเธอต่างหากที่สอนครูว่า
ครูสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ได้
ครูไม่รู้จักการสอนจนกระทั่งครูได้พบ ได้รู้จักเธอนั่นแหละ"
เติมเต็มหัวใจของคนอื่นด้วยความรักเสียแต่วันนี้...........
โปรดจำว่า ไม่ว่าคุณจะไปไหนหรือทำอะไร คุณจะมีโอกาสที่จะ
ชีวิตคู่
การให้กับคู่ชีวิต สิ่งของ ช่วยยามยากลำบาก โดยไม่เกี่ยง ไม่ตำหนิกันและกัน
https://youtu.be/L83rY3HMbuM
ตากล้อง80ยายบิ้ง78
พิงค์ ลำพระเพลิงแต่งให้ภรรยา,รักคนบนฟ้า.
ภรรยาที่แสนดีขำๆ
อยู่อย่างไรเมื่อแม่ของลูกตาย
ระยะห่าง
.¸.•*´¨ ทรายในกำมือ...
หญิงสาวคนหนึ่งกำลังจะออกเรือน มารดาจึงพานางมาไหว้พระเสี่ยงเซียมซีที่วัด จากนั้นก็มากราบคารวะพระอาจารย์เซน
ผู้เป็นแม่ถามว่า "ลูกสาวของข้ากำลังจะแต่งงาน แต่งงานไปแล้ว นางจะมีความสุข ชีวิตรักหวานชื่น ราบรื่นดีหรือไม่?"
พระอาจารย์ยิ้มๆ แล้วพูดกับหญิงที่เป็นแม่ว่า
"โยมลองกอบทรายสักกำมือหนึ่ง แล้วกำไว้ในมือ"
อาจารย์เซนหันไปถามหญิงสาวว่า...
โยมเห็นทรายในมือแม่ไหม ตอนนี้มันเป็นอย่างไร
หญิงสาวตอบว่า มันพูนๆ เต็มฝ่ามือ ดูสมบูรณ์ดีเจ้าค่ะ
อาจารย์เซนหันไปบอกผู้เป็นแม่ว่า..
โยมลองบีบมือกำทรายให้แน่นๆ สิ ผู้เป็นแม่ทำตาม
ออกแรงบีบทรายในมือจนแน่น ทรายหลุดร่วงออกมาจากร่องมือของนาง ครั้นคลายมือออกทรายที่อยู่เต็มกำมือ ตอนนี้เหลืออยู่เพียงนิดเดียวเท่านั้น
หญิงสาวมองดูทรายในมือแม่แล้วพยักหน้าเหมือนเข้าใจ
พระอาจารย์เซนพูดอย่างเมตตาว่า...
"ใครๆ ก็อยากมีชีวิตรักที่หวานชื่นสมบูรณ์ หากปรารถนาเช่นนั้นจริง ก็ต้องเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ของระยะห่าง
จงเห็นความรักเป็นเหมือนทรายในกำมือ
ถ้าอยากเห็นทรายพูนมือสมบูรณ์ดี ก็อย่าไปบีบไปอัดมันแรงๆ ต้องถืออย่างถะนุถนอม รักษาระยะห่างให้พอดีๆ
ไม่กำแน่นเกินไป บีบ อัดจนร่วงหล่นหายไปจากกำมือ"
เห็นคุณค่าของกันและกัน.
Cr : ต้นกล้าจิตอาสา
ปลาทูไหม้เกรียม
“แม่ของผมเป็นคนทำอาหารที่บ้านประจำทุกวัน… คืนหนึ่งหลังจากที่แม่ทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน แม่กลับบ้านมาด้วยความเหนื่อยล้าและทำอาหารเย็นให้เราตามปกติที่โต๊ะอาหาร แม่วางจานที่มี ปลาทูไหม้เกรียม บนโต๊ะ ต่อหน้าพ่อและทุกๆ คน ผมรอดูว่าแต่ละคนจะว่าอย่างไร?
แต่…….พ่อไม่พูดอะไรและตั้งหน้าตั้งตากินปลาทูไหม้ตัวนั้นและหันมาถามผมว่าที่โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง…….คืนนั้น หลังอาหารเย็น ผมจำได้ว่า ได้ยินแม่ขอโทษพ่อ ที่ทอดปลาทูไหม้ และผมไม่เคยลืมที่พ่อ พูดกับแม่เลย “โอ้ยย…พ่อชอบ ปลาทูทอด เกรียมๆ อร่อยมาก นะแม่”
คืนต่อมาผมเก็บคำถามในใจ ก่อนนอนและถามพ่อว่า “พ่อชอบปลาทูทอด เกรียมๆ จริงๆ เหรอ” พ่อลูบหัวผม และตอบว่า “แม่ของลูก ทำงานหนัก มาทั้งวัน…ปลาทูไหม้ 1 ตัว ไม่เคยทำร้ายใคร แต่คำพูด ที่ต่อว่ากันนั้นต่างหาก ที่จะทำร้ายกัน”
ชีวิตคนเราเต็มไปด้วย ความไม่สมบูรณ์แบบ และแต่ละคน ก็ไม่ได้เกิดมา สมบูรณ์แบบ ตัวเราเองก็ไม่ได้มีอะไร ดีกว่าใครๆ
แต่สิ่งที่พ่อเรียนรู้ ในช่วงชีวิต คือ….. การเรียนรู้ ที่จะยอมรับความผิด ของคนอื่น และของตัวเอง การเลือก ที่จะยินดีกับความคิดต่างกันของ แต่ละบุคคล เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาชีวิตครอบครัว ที่มีความสุข และยืนยาว
“ชีวิตเราสั้นเกินกว่า ที่จะตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเสียใจ ที่ว่าเราทำผิดกับคนที่เรารักและรักเรา ให้ดูแล และ
ทะนุถนอม คนที่รักเราและพยายามเข้าใจ และให้อภัย จะดีกว่า”
รักคนไกล แต่ระอาคนใกล้
" รักคนไกล แต่ระอาคนใกล้ " ลองอ่านให้จบ ให้มุมคิดดีมาก
"แอม” เสาวลักษณ์ ลีละบุตร เล่าว่า ได้พบเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเพิ่งกลับจากการไปปลูกป่า หน้าตาของเธอเบิกบานด้วยความปิติที่ได้ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ เธอพรรณนาถึงคุณประโยชน์มากมายของการปลูกป่า ทั้งบรรเทาโลกร้อน เพิ่มออกซิเจน ให้ร่มเงา ปกป้องหน้าดิน และช่วยให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ฯลฯ
“ดีจังเลย” แอมยินดีกับเพื่อน “ตอนนี้เธอปลูกต้นไม้ที่บ้านเยอะเลยสิ่”
เพื่อนทำหน้าเซ็งทันทีแล้วตอบว่า “โอ๊ย ใครจะไปกวาดใบไม้ไหว ร่วงอยู่ได้ เลยตัดทิ้งไปแล้ว”
รักป่ารักต้นไม้ทั่วทั้งโลกนั้น บางครั้งกลับง่ายกว่ารักต้นไม้ในบ้าน เราพร้อมจะไปปลูกป่าทั่วทุกหนแห่ง แต่คร้านที่จะดูแลต้นไม้ในบ้าน
ปลูกป่านอกบ้านไม่ใช่เรื่องยาก แค่หย่อนกล้าไม้ลงหลุมแล้วกลบ จากนั้นก็กลับบ้านได้เลย
แต่ปลูกต้นไม้ที่บ้านสิ เรายังต้องรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยนานนับปี ครั้นต้นไม้เติบโตสูงใหญ่ ก็ยังต้องเสียเวลากวาดใบไม้ร่วงไม่หยุดหย่อน วันดีคืนดีกิ่งไม้อาจตกมากระแทกหลังคาเป็นรู
เป็นเพราะต้นไม้นอกบ้านให้แต่สิ่งดี ๆ มีแต่สิ่งที่น่าชื่นชม ไม่เป็นภาระแก่เราเลย เราจึงรักเขาได้ง่าย ส่วนต้นไม้ในบ้านนั้นเรียกร้องการดูแลเอาใจใส่จากเรา แถมยังอาจก่อปัญหาให้ด้วย หลายคนจึงมองเห็นแต่ข้อเสียของเขา จนรู้สึกระอาขึ้นมา
เป็นเพราะเหตุผลเดียวกันนี้หรือเปล่า ผู้คนเป็นอันมากจึงรักและชื่นชมคนอื่นได้ง่ายกว่าคนในบ้าน
เราเห็นแต่ความดีของคนไกลตัวเพราะเขาไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเราเลย
ส่วนคนในบ้านนั้นอยู่ใกล้กับเรามากเกินไป จึงเห็นแต่ข้อเสียของเขา หรือเห็นเขาเป็นภาระที่ต้องดูแลเอาใจใส่จนกลบข้อดีของเขาไปเกือบหมด
ผลก็คือเรามักสุภาพอ่อนโยนกับคนไกล แต่มึนตึงฉุนเฉียวง่ายมากกับคนใกล้ตัว !
ลองมองให้เห็นคุณประโยชน์หรือความดีของต้นไม้ในบ้านบ้าง เราอาจจะรักเขาได้ง่ายขึ้น หลายคนมาเห็นประโยชน์ของต้นไม้ในบ้านก็หลังจากที่โค่นจนเหลือแต่ตอ แต่นั่นก็สายไปแล้ว จะไม่ดีกว่าหรือ หากเรารู้จักชื่นชมเขาขณะที่ยังอยู่กับเรา
กับคนในบ้านก็เช่นกัน เราควรหัดชื่นชมคุณความดีของเขาบ้าง ที่แล้วมา เราอาจมองข้ามไปเพราะคุ้นชินความดีที่เขาทำกับเราจนมองเห็นเป็นเรื่องธรรมดา
เพลงที่แสนไพเราะ หากได้ฟังทุกวันทุกคืนก็กลายเป็นเพลงธรรมดาๆ ไม่มีเสน่ห์สำหรับเราอีกแล้ว ฉันใดก็ฉันนั้น คำพูดที่ไพเราะของภรรยา น้ำใจของสามี หรือความใส่ใจของพ่อแม่ หากเราได้ยินได้ฟังหรือได้รับติดต่อกันเป็นปีๆ หรือนานนับสิบปี ก็กลับกลายเป็นสิ่งสามัญจนเรามองไม่เห็นความสำคัญ ไม่ต่างจากอากาศที่เราไม่ค่อยเห็นคุณค่าทั้งๆ ที่ขาดมันไม่ได้เลย
น่าแปลกก็ตรงที่ หากคนใกล้ตัวทำผิดพลาดหรือสร้างความไม่พอใจแก่เรา แม้เพียงครั้งเดียว การกระทำนั้นๆ กลับฝังใจเราได้นานหรือลึกกว่าความดีที่เขาทำกับเรานับร้อยนับพันครั้ง !
ใช่หรือไม่ว่าเวลาเขาทำดีกับเรา เรามองว่านั่นเป็น “หน้าที่ของเขา” หรือเป็น “สิทธิที่เราควรได้รับ” ? แต่เมื่อใดที่เขาทำไม่ดีกับเรา ทำให้เราไม่พอใจ เรากลับมองว่าการกระทำเช่นนั้นเป็น “สิ่งที่ไม่สมควร” เป็นเรื่อง “ไม่ธรรมดา” ... ดังนั้นจึงฝังใจเราได้ง่ายกว่า
อันที่จริงเขาอาจไม่ได้ทำผิดพลาดเกินวิสัยปุถุชน แต่ความที่เรามักจะมีความคาดหวังสูงจากคนใกล้ชิด ความผิดพลาดของเขาแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้เราหัวเสีย ขุ่นเคือง หรือน้อยเนื้อต่ำใจได้ง่ายและนาน
คนในบ้านหรือคนใกล้ตัวนั้น ไม่ว่าจะดีแสนดีเพียงใด ก็ย่อมมีวันที่ต้องกระทบกระทั่งกับเราบ้าง แต่หากเราไม่ฝังใจอยู่กับเหตุการณ์เหล่านั้น หันมามองและชื่นชมคุณความดีของเขา เปิดใจรับรู้ความรักที่เขามีต่อเรา เราจะรักเขาได้ง่ายขึ้น และตระหนักว่าเขามีความสำคัญต่อชีวิตของเรายิ่งกว่าคนไกลตัวเสียอีก
อย่ารอให้เขาจากไปเสียก่อนถึงค่อยมาเห็นคุณค่าของเขา ถึงตอนนั้นก็สายไปเสียแล้ว
อะไรก็ตามยิ่งอยู่ใกล้ตัวมากเท่าไร เราย่อมหน่ายแหนงและระอาได้ง่ายมากเท่านั้น
*******
https://m.youtube.com/watch?v=JkrsP5NwWE4
บันทึกของแบรดพิต
หลวงพ่อชา116 ชีวิตแต่งงานครอบครัวภาษาอีสาน
ตกเครื่องจนตกหลุมรัก
ซื้อบ้าน
http://youtu.be/rh5iKsTzk7k
คิดถึงน่ะ
https://m.youtube.com/watch?v=cz5aRndgnyI
ไม่มีใครรู้ว่าผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งเท่ากับผม
https://m.youtube.com/watch?v=YeAjOimUHOU
https://m.youtube.com/watch?v=T621ugcUk7Y
วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
เพลงและโฆษณาไทยประกันชีวิต
เอามาจากfcตาล
รายละเอียดของที่มาเพลงนี้ดูที่
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94
ช่องว่างระหว่างนิ้วมือของเราถูกสร้างให้มีใครเติมเต็ม
46.12 หัวหินสิ้นมนต์รัก
ผ่องศรี วรนุช
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

















